h t t p : / / w w w . c h a i y a p h u m 3 . g o . t h | ข่าวสาร กระชับ ฉับไว ทันเหตุการณ์ โดยทีมงานประชาสัมพันธ์ สพป.ชัยภูมิ เขต 3 |  วันจันทร์ ที่ 25 มีนาคม 2562

การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทย


     การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสะพานยาว ตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ



     

บทคัดย่อ

    

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมเป็นการจัดการเรียนรู้โดยวิธีสอดแทรกและเชื่อมโยงเนื้อหาสาระเข้าด้วยกันให้ครบทั้ง 8 สาระเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวมและเน้นการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นสำคัญจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายผู้เรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับการเรียนรู้แบบโครงงานไปใช้แก้ปัญหาหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดังนั้นผู้ศึกษาค้นคว้าจึงจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสะพานยาว ตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพ 80 / 80 เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสะพานยาว ตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ

กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2โรงเรียนบ้านสะพานยาวสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพและขนมไทยเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือกจำนวน 20 ข้อ ที่มีค่าความยากง่าย (p)อยู่ระหว่าง 0.47 ถึง 0.90  มีค่าอำนาจจำแนก(r)  0.20 ขึ้นไป มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.823 และแบบวัดความพึงพอใจชนิดมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale) 5 ระดับจำนวน 12ข้อมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.41 ถึง 0.82 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าเฉลี่ยร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏดังนี้

1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าได้พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ (E1/E2) เป็น 88.06/98.04 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

2. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.94657 หรือคิดเป็นร้อยละ 94.66

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่2มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทยกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 2มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 หมายถึงนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

โดยสรุปจากการศึกษาค้นคว้าจะทำให้ได้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการในการจัดการเรียนรู้สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับกิจกรรมโครงงานเรื่องกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ และขนมไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มีดัชนีประสิทธิผลที่เหมาะสมเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นซึ่งสังเกตได้จากการฝึกปฏิบัติกิจกรรมอย่างหลากหลายจนเกิดความชำนาญทั้งด้านการศึกษาเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชนบ้านสะพานยาวและการศึกษาเรียนรู้จากโครงงานที่นักเรียนลงมือปฏิบัตินักเรียนทุกคนมีความสุขมีความสามัคคีและมีความพึงพอใจในการทำงานร่วมกันผลจากการนำกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ 4A โมเดล การสอนส่งผลให้นักเรียนมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน



ส่งข่าวโดย :   เมื่อวันที่ : 24 พฤศจิกายน 2557 เปิดอ่าน: 1626 ครั้ง ไอพี:: [ปิดหน้าต่าง]
เครือข่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3
ผู้ดูแลระบบ : กลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โทร 044-056385 ต่อ 107